1
ก่อนประวัติศาสตร์ราว 2,500 ปีก่อน
เวียงเชียงชื่น
ขวานหินมีบ่า ใต้เพิงผาเก่า
ไฟกองหนึ่งเฝ้า รอฟ้าสาง
ก่อนจะมีชื่อว่า 'แพร่' ผืนดินลุ่มน้ำยมเคยเป็นบ้านของผู้คนมาแล้วกว่าสองพันห้าร้อยปี ที่ 'เวียงเชียงชื่น' เมืองโบราณในเขตอำเภอลอง นักโบราณคดีพบขวานหินขัดและวัตถุโบราณอายุเกินสองพันปี พร้อมแนวคันดินคูเมืองที่ยังอ่านได้จนวันนี้ ใต้เพิงผาและริมสายน้ำ คนกลุ่มแรกก่อไฟ ล่าสัตว์ และเริ่มปักหลักตั้งถิ่นฐาน — บทเปิดของเมืองที่ยังไม่มีใครจดจำชื่อ
- เวียงเชียงชื่น เมืองโบราณ อ.ลอง อายุกว่า 2,500 ปี
- พบขวานหินขัด–วัตถุโบราณอายุเกิน 2,000 ปี
- แนวคันดินคูเมืองโบราณยังหลงเหลือ
ของดีที่สืบทอด: ของป่า–พืชผลลุ่มน้ำยม (รากอาหารเมืองลอง)ดูสินค้า →2
พลนครราว 1,200 ปีก่อน (ตามตำนาน)
เวียงนักรบ
พันสองร้อยปี ก่อนใครจะจำ
ขุนหลวงพลนำ ตั้งเวียงกลางไพร
ตำนานเมืองเหนือเล่าถึง 'ขุนหลวงพล' ผู้ตั้ง 'พลนคร' หรือ 'เมืองพล' ขึ้นกลางหุบเขา เป็นแคว้นอิสระก่อนยุคล้านนา เมืองนักรบแห่งนี้ยังเป็นฉากของตำนานรักอมตะ 'ลิลิตพระลอ' — พระลอกับพระเพื่อน–พระแพงแห่งเมืองสรอง ที่เชื่อกันว่าคือ 'อำเภอสอง' ในวันนี้ ชื่อ 'พล' อันหมายถึงกำลังพล จึงเป็นรากแรกของบ้านเมือง ก่อนถูกเรียกขานด้วยชื่ออื่นในกาลต่อมา
- 'พลนคร/เมืองพล' แคว้นอิสระก่อนยุคล้านนา
- ตำนานลิลิตพระลอผูกกับ อ.สอง (อุทยานลิลิตพระลอ)
- ขุนหลวงพล วีรบุรุษผู้ตั้งเมือง
ของดีที่สืบทอด: ของที่ระลึกเชิงตำนานพระลอ เมืองสองดูสินค้า →3
เวียงโกศัยราวพุทธศตวรรษที่ 15–16
เมืองแห่งผ้าแพร
ผืนแพรผูกไว้ บนดอยสูงเหนือเวียง
ระฆังดังเคียง บทสวดกลางสายลม
ครั้นอิทธิพลขอมแผ่ถึง เมืองพลถูกเรียกใหม่ว่า 'โกศัยนคร' หรือ 'เวียงโกศัย' — คำว่า 'โกศัย' แปลว่า 'ผ้าแพร' ราวกับจะบอกว่านี่คือเมืองแห่งผืนผ้ามาแต่ต้น อัตลักษณ์ผ้าแพรสืบสายมาถึงผ้าตีนจกเมืองลองและผ้าหม้อห้อมย้อมครามบ้านทุ่งโฮ้ง แม้แต่พระธาตุคู่เมืองยังได้ชื่อ 'ช่อแฮ' ที่มาจาก 'ช่อแพร' คือผ้าแพรชั้นดีที่ผู้คนนำขึ้นไปผูกบูชา และชื่อ 'แพร่' วันนี้ก็ยังพ้องเสียงกับ 'ผ้าแพร' หัวใจของเมือง
- 'โกศัย' แปลว่า 'ผ้าแพร' — เมืองผ้าแต่โบราณ
- ผ้าตีนจกเมืองลอง · หม้อห้อมย้อมครามทุ่งโฮ้ง (GI)
- ชื่อพระธาตุ 'ช่อแฮ' มาจาก 'ช่อแพร'
ของดีที่สืบทอด: ผ้าตีนจกเมืองลอง · ผ้าหม้อห้อมทุ่งโฮ้ง (GI)ดูสินค้า →4
ล้านนาแพร่รวมเข้าล้านนา ~พ.ศ. 1986
วิหารไม้สักเสากลม
ทัพหลวงยาตรา ล้านนารวมเวียง
ฆ้องกลองดังเคียง สะบัดชัยก้องไพร
กลางพุทธศตวรรษที่ 21 ทัพหลวงล้านนาแผ่อำนาจถึงลุ่มน้ำยม เวียงโกศัยถูกผนวกเป็นหัวเมืองขึ้นตรงต่อเชียงใหม่ราว พ.ศ. 1986 ในสมัยพญาติโลกราช เสียงฆ้องกลองและกลองสะบัดชัยแบบล้านนาดังก้องไพร ศรัทธาหยั่งราก วิหารและหอไตรไม้สักเสากลมผุดขึ้นทั่วเมือง โดยมีพระธาตุช่อแฮ เจดีย์แปดเหลี่ยมศิลปะเชียงแสนบนดอย เป็นพระธาตุประจำปีขาลและหลักใจของชาวแพร่สืบมาถึงทุกวันนี้
- แพร่ผนวกเป็นหัวเมืองล้านนา ~พ.ศ. 1986
- พระธาตุช่อแฮ เจดีย์แปดเหลี่ยมศิลปะเชียงแสน (ปีขาล)
- วิหาร–หอไตรไม้สักเสากลมแบบล้านนา
ของดีที่สืบทอด: งานแกะสลัก–หัตถกรรมไม้สักสายช่างวัดดูสินค้า →5
เจ้าหลวง–ไม้สักราว พ.ศ. 2400–2450
ยุคซุงยักษ์
ซุงล่องแม่ยม ช้างชักลากไกล
คุ้มงามผุดใหม่ ไม้ฉลุขนมปังขิง
เมื่อไม้สักทองกลายเป็นทองคำแห่งยุค แพร่ก็ก้าวสู่ยุคทองของตน ช้างลากซุงมหึมาออกจากป่าแล้วล่องไปตามแม่น้ำยมสู่ปากน้ำโพ ขณะรัฐบาลสยามเปิดสัมปทานให้บริษัทฝรั่งอย่างบอมเบย์เบอร์มา ความมั่งคั่งผุดขึ้นเป็น 'คุ้ม' ไม้สักงามวิจิตร ทั้งคุ้มเจ้าหลวงเมืองแพร่ (สร้าง พ.ศ. 2435) และคุ้มวงศ์บุรี 'บ้านสีชมพู' ที่ประดับไม้ฉลุลาย 'ขนมปังขิง' ทว่ายุคนี้ปิดฉากด้วยกบฏเงี้ยว พ.ศ. 2445 ที่ทำให้เจ้าพิริยเทพวงษ์ เจ้าหลวงองค์สุดท้าย ต้องลี้ภัยไปสิ้นชีวิตที่หลวงพระบาง
- สัมปทานไม้สัก–ล่องซุงแม่น้ำยม (บ.บอมเบย์เบอร์มา)
- คุ้มเจ้าหลวง (พ.ศ. 2435) · คุ้มวงศ์บุรี ไม้ฉลุขนมปังขิง
- กบฏเงี้ยว 2445 → เจ้าหลวงองค์สุดท้ายลี้ภัย
ของดีที่สืบทอด: เฟอร์นิเจอร์–งานไม้สักทอง · ไม้ฉลุขนมปังขิงดูสินค้า →6
เสรีไทยพ.ศ. 2484–2488
สงครามโลกครั้งที่ 2
กองไฟรูปตัวที กลางทุ่งแพะเปียง
ดาโกต้าบินเคียง ร่มลงยี่สิบแปด
ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 แพร่กลายเป็นฐานลับของขบวนการเสรีไทยสายเหนือ ที่ราบบนเขา 'แพะเปียง' เขตอำเภอหนองม่วงไข่ ภายใต้การนำของนายทอง กันทาธรรม รวมพลพรรคชาวแพร่ราว 800 คน เดือนกันยายน พ.ศ. 2487 ในปฏิบัติการ 'ฮอตฟุต' พลร่มเสรีไทยกระโดดร่มลงพร้อมอาวุธที่ฝ่ายสัมพันธมิตรทิ้งลงมา ชาวบ้านคอยจุดกองไฟเป็นสัญญาณนำทางเครื่องบินลำเลียงดาโกต้า (ซี-47) — วีรกรรมเงียบ ๆ ที่วันนี้ถูกเล่าขานในพิพิธภัณฑ์เสรีไทยเมืองแพร่
- ฐานลับเสรีไทย 'แพะเปียง' อ.หนองม่วงไข่ (นำโดยนายทอง กันทาธรรม)
- ก.ย. 2487 ปฏิบัติการ 'ฮอตฟุต' พลร่ม + อาวุธทิ้งร่ม + ดาโกต้า C-47
- พิพิธภัณฑ์เสรีไทยเมืองแพร่
ของดีที่สืบทอด: ข้าว–อาหารพื้นบ้านลุ่มน้ำยมดูสินค้า →7
ปัจจุบันพ.ศ. 2532–ปัจจุบัน
คุ้มเจ้าหลวงวันนี้
คูเมืองหอยสังข์ ยังโอบเมืองไว้
คุ้มงามเล่าใหม่ ให้คนรุ่นหลังฟัง
วันนี้กำแพงและคูเมืองเก่ารูป 'หอยสังข์' ความยาวราว 4 กิโลเมตร ยังโอบเมืองเก่าแพร่ไว้ เป็นเมืองเดียวในภาคเหนือที่กำแพงเมืองยังคงรูปเดิม คุ้มเจ้าหลวงเมืองแพร่กลายเป็นพิพิธภัณฑ์บอกเล่าอดีตให้คนรุ่นหลังฟัง เมืองที่เคยรุ่งด้วยผ้าแพร ไม้สัก และศรัทธา วันนี้ยังมีชีวิตด้วยหม้อห้อมทุ่งโฮ้ง ผ้าตีนจกเมืองลอง งานไม้สัก และพระธาตุช่อแฮ — เรื่องเล่าเจ็ดยุคที่ยังไม่จบ เพียงเปลี่ยนมือผู้เล่าเป็นคนแพร่รุ่นใหม่
- คูเมือง–กำแพงรูปหอยสังข์ ~4 กม. (แห่งเดียวในเหนือที่ยังคงรูปเดิม)
- คุ้มเจ้าหลวงเมืองแพร่ = พิพิธภัณฑ์เมือง
- เมืองมีชีวิต: หม้อห้อม · ตีนจก · ไม้สัก · ช่อแฮ
ของดีที่สืบทอด: ของฝากเมืองเก่าแพร่ (หม้อห้อม–ไม้สัก–ตีนจก)ดูสินค้า →